ตู้อบ (Drying Oven) เป็นเครื่องพื้นฐานของเกือบทุกห้องปฏิบัติการ ใช้อบแห้งเครื่องแก้ว อบไล่ความชื้นตัวอย่าง หรือบ่มชิ้นงานที่อุณหภูมิคงที่ แต่รุ่นที่ดูคล้ายกันอาจเหมาะกับงานต่างกันมาก บทความนี้สรุปสิ่งที่ควรดูก่อนเลือกซื้อ
1. ลมร้อน (Forced Convection) หรือ แบบธรรมชาติ (Natural Convection)
| ลมร้อน (มีพัดลม) | แบบธรรมชาติ | |
|---|---|---|
| ความสม่ำเสมอของอุณหภูมิ | ดีกว่า ร้อนทั่วถึงเร็ว | ด้อยกว่า มุมตู้อาจต่างกันหลายองศา |
| เวลาอบแห้ง | เร็วกว่า | ช้ากว่า |
| เหมาะกับ | อบแห้งทั่วไป ชิ้นงานจำนวนมาก | ผงละเอียดหรือตัวอย่างที่ปลิวได้ |
ถ้างานไม่มีผงที่ปลิวตามลม ตู้อบลมร้อน มักเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่า
2. ความจุ (ลิตร)
- ประเมินจากปริมาณชิ้นงานต่อรอบ แล้วเผื่อพื้นที่ให้ลมไหลเวียน (ไม่ควรวางแน่นเกินประมาณ 2 ใน 3 ของชั้น)
- ตรวจขนาดภายนอกกับพื้นที่ตั้ง และระยะห่างจากผนังสำหรับระบายความร้อน
3. ช่วงอุณหภูมิและความแม่นยำ
- งานอบแห้งทั่วไปมักใช้ช่วงประมาณ 50–250 °C
- ถ้าต้องการผลที่ทำซ้ำได้ ให้ดู ความสม่ำเสมอ (uniformity) และ ความเสถียร (stability) ในสเปก ไม่ใช่แค่อุณหภูมิสูงสุด
- งานที่ต้องสอบกลับได้ (QC / ISO 17025) ควรขอใบสอบเทียบพร้อมเครื่อง
4. ระบบควบคุมและความปลอดภัย
- ตัวควบคุมแบบดิจิทัล (PID) พร้อมตั้งเวลา ช่วยให้ทำงานข้ามคืนได้
- ระบบตัดความร้อนเกิน (over-temperature protection) ควรมีเสมอ
- ห้ามอบสารไวไฟหรือตัวทำละลายในตู้อบทั่วไป — ต้องใช้ตู้ชนิดป้องกันการระเบิดหรือ ตู้อบสุญญากาศ ตามลักษณะงาน
5. สิ่งที่ควรระบุตอนขอใบเสนอราคา
- ความจุที่ต้องการ (ลิตร) และจำนวนชั้นวาง
- ช่วงอุณหภูมิใช้งานจริง
- ไฟฟ้าที่มี (220 V หรือ 3 เฟส สำหรับตู้ขนาดใหญ่)
- ต้องการสอบเทียบ ติดตั้ง หรืออบรมการใช้งานหรือไม่
ไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนเหมาะ ถามผู้ช่วยขายบนเว็บได้ตลอด หรือดู ตู้อบทั้งหมด แล้วกดขอใบเสนอราคาได้ทันที
